สาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้า

นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา และเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงานตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้านกินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอน ทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจ

ระยะนี้มีหนุ่มสาวไฟแรง ที่เคยเรียนดี ทำงานเก่งมาปรึกษาหลายคน
ด้วยอาการเพลียใจ ไม่ค่อยมีแรง ไม่สดชื่น เหมือนที่เรียกว่าขาดไฟนั่นแหละ

พวกนี้เรียนจบปริญญา ทำงานในบริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียงทุกคนทำงานแข่งขันกับเองและเพื่อนร่วมงาน แลดูเหมือนน่าจะมีความสุข แต่ทำไมยิ่งทำไปๆ รู้สึกเพลียมากขึ้น

ผมสอบถามดูได้ความว่า เขารู้สึกว่าเขาทำงานหนัก มีประชุมบ่อย เวลาพักผ่อนน้อย บางคนจะมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้แฟนเลย เลิกกันไปก็มี พวกที่หาแฟนไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสหาแฟน แต่ประโยคที่เขาพูดคล้ายๆ กันก็คือเขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมาทำงานหนักเช่นนี้ เงินเดือนแม้จะได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น ยิ่งทำมากแต่แลดูเหมือนได้เงินน้อยลงอนาคตก็ไม่เห็นจะร่ำรวย

เขาอยากทำงานเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ เช่น เกี่ยวกับการให้เช่าหรือขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งน่าจะรวยกว่า และมีเงินเก็บได้มากกว่า แต่ก็ยังไม่พร้อมและขาดประสบการณ์

คนเหล่านี้เป็นพวกสมองไว คิดมาก และคิดซับซ้อน ความเพลียเกิดจากความสับสนในตัวเอง เกิดความขัดแย้งในตัวเองว่าจะทำอะไรดีจะทำงานเก่าต่อไป หรือจะลาออกหางานใหม่

สมองฉลาดพอที่จะมีคำตอบว่าสิ่งใดดีกว่าแต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำสิ่งนั้น ไม่กล้าลอง และไม่กล้าทิ้งงานเก่า เขาจึงเกิดความขัดแย้ง(Conflict) ในใจตลอดมา ความขัดแย้งที่มีอยู่ประจำ ทำให้ตัดสินใจยาก เกิดเป็นความเครียดสะสมมากขึ้น เมื่อเกิดความเครียด เขาจะขาดสิ่งสำคัญ

  1. ขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อยง่าย และหน่ายชีวิต
  2. ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่อยากคิด
  3. ขาดความรักตัวเองและเพื่อนมนุษย์ ทำให้ขาดความกระชุ่มกระชวยขาดความกระตือรือร้น

นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมาและเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงานตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอนทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจ
บางคราวมีงานทำน้อย ก็รู้สึกเพลียและคิดว่าตัวเองไร้ค่า

ผมสอนให้เขายอมรับตัวเองว่า ขณะนี้เขาเป็นอะไร แค่ไหน การเรียนรู้ทำให้ได้ประสบการณ์ อุปสรรคทำให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคตทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะมีทั้งสิ่งดีและไม่ดี แต่ต้องรู้จักเลือกมองสิ่งดีให้มากขึ้น ไม่ใช่นั่งจ้องมองสิ่งไม่ดี-ไม่ชอบ ซ้ำๆซึ่งจะทำให้เกิดความหน่ายและเบื่อหน่ายทุกอย่าง สอนให้มองโลกในแง่ดีว่าต้องมีทางออกที่ดีๆ

สอนให้มีอารมณ์ขันอย่าไปจริงจังกับชีวิตมากนักจะยิ่งเครียดมากขึ้น และให้ปรับตัวเข้าหาสภาพความเป็นจริง ให้ออกกำลังกายมองโลกในแง่ดี รู้จักสร้างความหวัง และลดความคาดหวังที่มากๆ ลงเสีย

คนพวกนี้ผ่านชีวิตวัยเด็กที่ได้ทุกอย่างง่ายๆ และได้อย่างรวดเร็ว เช่นเรียนจบได้เร็ว พอเป็นวัยรุ่นก็สนุกกับชีวิต พอมาพบปัญหาของชีวิตจริงเข้า ก็ไม่อยากยอมรับเริ่มมองเห็นทุกข์ การจะปรับตัวให้รับความจริง รู้จักตั้งความหวังและยอมรับให้ได้ว่าแม่จะทำเต็มที่แล้วก็อาจไม่ได้ดังใจนึก เป็นสิ่งที่เขาต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับให้ได้

เขียนถึงตรงนี้แล้วนึกถึงบทกวีของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เคยประพันธ์เอาไว้ว่า

“ยามเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุก
เป็นหนุ่มสาวก็แสนสุข ค่ำเช้า
กลางคนเริ่มเห็นทุกข์ สุขคู่ กันนอ
ตกแก่จึงรู้เค้า ว่าล้วน อนิจจัง”

มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เองถ้ารู้ความจริง และยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ได้ดังบทกวีข้างบนนี้ จะไม่ทุกข์มากนักหรอกครับ ไม่ต้องรอให้ตกตอนแก่แล้วจึงค่อยรู้เค้าว่าทุกสิ่งล้วนไม่แน่นอนหรอก ใครรู้และยอมรับได้เร็ว ก็ทุกข์น้อยลง หายเพลียใจได้ทันที


7 responses to “สาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้า

  • chelie416

    สงสัยวัยจะล่วงมาไกลอยู่สักนิด
    ชีวิต เริ่มเข้าสู่โหมด นิ่ง เงียบ เรียบ ง่าย…

    นี่แค่ต้นเลขสาม
    ถ้าปลายเลขสี่

    จะคิดยังไงกับชีวิตตัวเองก็ไม่รู้

  • jommoj

    ตอนนี้ยังสนุกกับงานค่ะ แต่ทุกเช้าก็เพลียอยู่เหมือนกัน ง่วงนอนสะสมละมั้ง ถ้าทำงานนานกว่านี้อาจเกิดอาการที่บอกก็ได้มั้งคะ 😛

  • oke_kung

    ตามข้างบน เหมือนผม แป๊ะ เลยครับ เลยจบมา ป ตี 3.5 วิศวะ นะครับ แต่ พอ ได้ ทำงานย เหมือนตัวเองไร้ค่ายังไงไม่รู้ครับผม
    ไอตอนเรียน ก๋สนุกดีครับ ได้ รู้อะไรไหม่ๆๆๆ ชีวิตไม่เบื่อ พอทำงาน เท่านั้นแหละครับ ชีวิต เหมือน มันอยู่ในกรอบ ตื่ เช้า 6 โมง อาบน้ามแต่งตัวไปทำงาน ตอนเย็นเลิกงานกลับบ้าน แทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย วันหยุด บริษัท ก๋ยังเรียกไปทำ โอที
    ชีวิต อนิจจัง ครั้นจะไม่ทำก่ไม่ได้ ยิ่งไมทำ ยิ่งทำให้ชีวิต ขาดสีสรร เข้าไปใหญ่ ***สรุป จิตวิญญาณ ไฟในตัวผมคงมอด ดับไปตังแต่นอนไหนไม่รู้*** ตอนเรียน หวังเรียนไห้จบ ชีวิตคงจะดี ตามที่ผู้ใหญ่เค้าบอกไว้ สุดท้าย ไอที่ ไปทำงานทุกวันนี้ก๋เพาะ ว่ามันไม่มีอะไรทำอยู่ ว่างๆๆ มันเซง เพื่อนก๋ทำงานกันหมด ถ้าเป้นไปได้ อยาก เปิดกิจการ ของตัวเอง ไม่ต้องใหญ่มากเอา เล็กๆๆๆ ไป ก่อน ค่อยๆๆ ทำ ทำคนเดียวมันเหนื่อย แฟนเคยมี แต่สุดท้ายก๋ต้องห่างกันไป เพาะไม่มีเวลาให้กัน ชีวิต ปาบู่ จิงๆๆ นี่แหละครับ มนุษย์เงินเดือน ผมยังนั่งคิดอยู่จนถึงทุกวันนี้ นี่อุตส่า ร่ำ เรียนแทบตาย เพื่อจะมาใช้ชีวิตแบบนี้หรอเนี่ย อิจฉา พวกที่อยู่ ต่างจังหวัด จังครับผม ใช้ชีวิต สบายๆๆๆ พอเพียง อยู่กับ ธรรมชาติ มีครอบครัว มีความสุข มีเวลา ทำอะไรดีๆๆ มากกว่า จะทำเพื่อ เงิน ตั้งแยะ แหนะครับ

  • น้ำเต้าหู้

    เห็นด้วยก่า oke_kung
    ตอนนี้ทำงานบัญชี เป็นไข้ทุกสิ้นเดือน ปิดงบทีกลับบ้านเที่ยงคืน ตี 1 งานแทบจะเอาเท้าขึ้นมาทำ เงินดีก็จิงแต่ไม่มีเวลาพักผ่อน
    อยากใช้ชีวิต ต่างจังหวัดเหมือนกันนะคะ พอเพียง ใช้ชีวิตกับครอบครัว กับคนที่เรารัก รถก็ไม่ติด..ออกซิเจนก็เยอะกว่า ..ไม่มีตึกรอบด้าน…ตอนนี้รีบซื้อลอตเตอรี่ ถูกรางวัลที่ 1 จะลาออกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ ตจว.เลี้ยงหมาซัก 2 แมว 2 /หวานใจอีก1/ลูกอีก 1 ชีวิต perfect “””คิดเหมิอนกันมั๊ยค่ะ

  • อนิจจัง

    ตามข้างบนก็เหมือนเราเป๊ะเลยค่ะ เรียนจนได้ที่1 ได้งานบรืษัทดีๆทำ แต่กลับเหนื่อยจนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีไฟ หมดความคิดสร้างสรรค์ แฟนอาจเจอ แต่ก็เจอคนไม่ดีอีก ยิ่งทำให้ชีวิตนี้มันไม่มีสิ่งที่ดีไปกันใหญ่ แค่มองพนักงานสัญญาจ้างที่ทำงานบริษัทเดียวกัน เค้ามีเวลาในชีวิต มีแฟน(หลายคน)ซึ่งตัวเค้าเค้าบอกว่าหลายคนนี่มันดีนะ เราก็เออ… เราคิดว่าถ้าเรามีแฟนเรามีคนเดียว แต่เราก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอคนดีๆเลย คนที่เข้ามาก็หวังเราง่ายๆหมด แค่คบเราโชว์เท่านั้น ไม่ได้หวังจริงจังกับเรา และไม่ได้หวังว่าเราจะเป็นคู่ชีวิต

    เห็นด้วยกับอาการและสาเหตุที่คุณวิเคราะห์ค่ะ ตรงเกือบหมด ยกเว้นที่บอกว่าวัยเยาว์จะได้อะไรมาง่ายๆ ไม่ค่อยเจอปัญญา อันนี้ไม่จริงค่ะ สู้ปัญหาชีวิตมาตั้งแต่ ม.4 แล้วค่ะ แต่ขอแย้งเรื่องการรักษาหรือการทำใจนิดนึง เรามีสาเหตุการอ่อนเพลีย หมดไฟ หมดกำลังใจ มาจากการที่เราเจอแต่สิ่งที่มันบั่นทอนกำลังใจ สิ่งที่ไม่ดีในชีวิต แต่คุณให้มองแต่สิ่งที่ดีๆ หาทางออกดีๆ เราก็ไม่รู้จะมองอะไรเพราะมันไม่เจอค่ะ และทางออกดีๆเราก็พยายามคิดหาอยู่จนปวดหัวนี่แหละค่ะ ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะคะ เพื่อนๆบอกว่าเราเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน แต่ไม่มีใครรู้ค่ะว่าเราเป็นคนจริงจังกับชีวิต เราพยายามหัวเราะให้มันดูดีขึ้น แต่จริงๆแล้วเราหาสิ่งที่ดีในชีวิตตอนนี้…มันไม่มีเลยค่ะ เช้าตื่นมาก็เครียดกับงาน กลางวันหัวหน้าโทรตามงาน เย็นก็นั่งทำงานจนเย็น คนที่มีความคิดทางการเมืองไม่ตรงกันก็คอยพูดด่าค่อนขอดคนที่มีความคิดตรงข้ามตลอดเวลา กลับบ้านมาก็มีเวลาพักผ่อนอย่างมากก็สามชั่วโมง ตื่นมาก็เหมือนเดิม กราบเลยค่ะ ถ้าคุณช่วยได้ แนะนำหน่อยค่ะ เราหาสิ่งที่ดีที่คุณบอกไม่เจอจริงๆ

  • somchay

    ผมทำงานเสร็จกลับบ้านนอนสักงีบก็หายเพลียอิอิอิอิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: