มาจำแนกประเภทของรายได้กัน
มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินพยายามอธิบายเพิ่มเติมอย่างน่าสนใจถึงการวัดปริมาณความร่ำรวย จากจำนวนวันที่เรามีชีวิตอยู่ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องทำงาน ผู้ที่จะไปถึงจุดนั้นได้ หมายความถึง ผู้ที่สามารถบริหารกระแสเงินสดให้เป็นบวก (คือ มีรายได้อัตโนมัติมากกว่ารายจ่าย) นั่นเอง
เมื่อเราพินิจพิเคราะห์รายได้ของคนเราในแบบต่างๆ จะพบว่า รายได้มี 2 แบบ คือ
- Active Income คือ รายได้ที่ได้มาจากการทำงาน ถ้าไม่ทำไม่ได้ เช่น รับเงินเดือน, เจ้าของร้านค้าขนาดเล็ก, นักแสดง, ผู้ใช้แรงงาน, ผู้ขายบริการ, พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด ฯลฯ
- Passive Incom หรือ Recurring income, Residual income คือ รายได้ที่มาจากทรัพย์สิน ไม่ได้เกิดจากการทำงานโดยตรง เช่น หุ้น, ตึกให้เช่า, สิทธิบัตร, ลิขสิทธิ์, ค่าการตลาด ฯลฯ รายได้นี้ถ้ามีมาอย่างต่อเนื่องและถ้ามีมากกว่ารายจ่าย จะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินและชีวิตมีอิสระขึ้น
ตัวอย่าง รายได้เเบบ Passive, Recurring income
- ลงทุนเป็นหุ้นส่วนบริษัท(หรือลงทุนในตลาดหลักทรัพย์) ถ้ามีบริษัทดีๆ สักแห่ง สนใจเงินลงทุนของคุณ การใช้ “เงินทำงาน” แบบนี้ก็น่าสนใจ วิธีการไม่ยุ่งยากคุณไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้ผู้บริหารอาชีพทำงานให้และคุณรอรับเงินปันผลทุกปีหรือคุณสามารถนำเงินของทุนไปลงทุนใน ตลาดหลักทรัพย์หรือตราสารการเงินต่างๆ
- ขายลิขสิทธิ์ หากคุณมีไอเดียดีๆ คุณสามารถ มีรายได้ จากเปอร์เซนต์ การจำหน่าย สินค้า บริการ จากไอเดียคุณ โดยไม่คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง
- สร้างอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าหากคุณเป็นเจ้าของที่ดินทำเลดี มีเงินในกระเป๋าสัก 5-20 ล้านบาท (หรือมีเครดิตกู้ธนาคารได้) ธุรกิจนี้น่าสนใจ อพาร์ทเม้นท์ที่สร้างเสร็จจะกลายเป็นทรัพย์สินที่ทำเงินสร้างรายได้ให้คุณ(โดยไม่ต้องทำงานประจำ) หน้าที่ของคุณเพียงบริหารจัดการตามปกติ (Routine) หรือจ้างผู้จัดการสักคน เท่านี้ก็เป็นอิสระ มีรายได้ยาวนานมั่นคงแถมเป็นมรดกให้ลูกหลานอีก
- ซื้อแฟรนไชส์ มีแฟรนไชส์ดีๆมากมายทั้งขนาดใหญ่เเละเล็ก ใช้เงินที่ลงทุนประมาณ 300,000 ถึง 60 ล้านบาท ที่มีการบริหารจัดการ (Know How) ที่เป็นระบบแบบมืออาชีพ คุณเพียงแค่ลงทุน ศึกษาระบบให้เข้าใจและหาลูกจ้างมาทำงาน แค่นี้รายได้ก็จะหลั่งไหลเข้ามาเหมือนสายน้ำ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยด้วยตัวเอง
- ทำการตลาดแบบเครือข่าย เป็นการตลาดรูปแบบใหม่ถือกำเนิดมาได้ประมาณ20ปีก่อน เป็นการทำตลาดที่มีการผสมผสานรูปแบบแฟรนไชส์ และ BUZZ Marketing เข้ากับการตลาดแบบหลายชั้น (Multilevel Marketing) เป็นรูปเเบบธุรกิจที่ออกเเบบให้กับผู้ที่มีงบลงทุนน้อย เเละธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เรียกว่ามีความเสี่ยงต่ำเเต่มี ROI (Return of Investment)หรือผลตอบเเทนคุ้มค่าที่สุด อย่างหนึ่ง
วิธีการทำธุรกิจแบบนี้คือ ต้องมีการศึกษาจุดดีจุดเด่นของบริษัทธุรกิจและสินค้าก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงสร้างตลาดเครือข่ายผู้บริโภค…..โดยทั่วไปจะใช้การบอกต่อหรือการขายโดยตรงแล้วถ่ายทอดวิธีการ (Know how) ให้กับผู้ที่สนใจทำการตลาดในองค์กรเครือข่ายต่อเนื่องต่อไป เรียกว่าเป็นการใช้พลังของเครือข่ายแบบไมโครแฟรนไชส์ ซึ่งมีข้อดีคือ เงินลงทุนต่ำและไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือประสบการณ์มาก่อน หลังจากสมัครเป็นสมาชิกในองค์เครือข่ายสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือที่ปรึกษาธุรกิจที่มีความรู้ความสามารถจริงๆมาช่วยเหลือถ่ายทอดวิธีการทำธุรกิจ (Know how) ให้จนประสบความสำเร็จ